ก้าวทันเทรนด์ ChatGPT & Generative AI: 4 แผนรับมือสําหรับองค์กรใหญ่ในยุคดิจิทัล

ChatGPT ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดของ Generative AI ในปัจจุบัน กล่าวคือเป็น AI ที่สร้างเนื้อหา ข้อความ หรือแม้กระทั่งโค้ดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ได้ โดยอาศัยการเรียนรู้ข้อมูลขนาดมหาศาล

เมื่อ ChatGPT ถูกเปิดตัวออกมาในช่วงปลายปี 2022 ก็สร้างกระแสความฮือฮาอย่างมากจากความสามารถใกล้เคียงมนุษย์ในหลากหลายมิติ จนมีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในหมู่องค์กรใหญ่ต่างๆ เกี่ยวกับการนํา Generative AI ทั้ง ChatGPT และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่กําลังจะถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาอีกเร็วๆ นี้ มาใช้ประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ภายในองค์กร

แต่ก่อนจะวิ่งตามกระแสอย่างเกินควร องค์กรต่างๆ ควรศึกษาแผนรับมือและกลยุทธ์การนํา AI ดังกล่าวมาใช้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  1. ประเมิน Use Case ในองค์กรอย่างเป็นระบบ

แทนที่จะหันไปใช้ AI แบบตามกระแส ในช่วงแรกองค์กรควรประเมินกระบวนการทํางานหรือข้อมูลภายในว่ามีจุดไหนที่สามารถนํา AI หรือ ChatGPT มาต่อยอดเพิ่มคุณค่าได้จริง

โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน เช่น ความคุ้มค่าด้านต้นทุน, โอกาส/ความเสี่ยง, ความพร้อมด้านทักษะบุคลากร, กฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง , ความเป็นไปได้ในการทําให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง เป็นต้น เพื่อนําไปสู่การออกแบบโซลูชัน AI ที่เหมาะสม

  1. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักด้านจริยธรรม AI

ประเด็นจริยธรรมและผลกระทบเชิงลบของ AI ถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสําคัญอย่างยิ่ง องค์กรจึงควรสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ให้กับบุคลากรทุกระดับอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นรากฐานสําคัญของวัฒนธรรมองค์กรที่จะทําให้ AI ถูกพัฒนาและใช้อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในวงกว้าง

  1. กําหนดบทบาทความรับผิดชอบด้าน AI อย่างเป็นทางการ

ภายใต้ Ecosystem ของ AI ที่ซับซ้อน องค์กรควรกําหนดให้มี Chief AI Officer, AI Product Manager, AI Ethicist หรือตําแหน่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีบุคลากรรับผิดชอบในการผลักดันและกํากับดูแลโครงการ AI ต่างๆ โดยตรง

  1. สร้างระบบประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านจริยธรรมของ AI

มีกระบวนการในการวิเคราะห์หาจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องทางจริยธรรมของโมเดล AI ก่อนนําสู่การใช้งานจริง รวมถึงประเมินผลกระทบในวงกว้างอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความมั่นใจและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย 

การนําเทคโนโลยีอันทรงพลังเช่น ChatGPT มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และส่งผลกระทบเชิงลบให้น้อยที่สุด จึงขึ้นอยู่กับการสร้างกลไกการกํากับดูแลที่เหมาะสมภายใต้หลักธรรมภิบาลอย่างรอบด้านจากองค์กร โดยการบูรณาการแผนการจัดการและมาตรการจากหลากหลายฝ่ายจะสามารถช่วยให้องค์กรใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างราบรื่นและเหมาะสม 

ด้วยมุมมอง ความเข้าใจ และการวางแผนที่ดี องค์กรสามารถใช้ ChatGPT และ AI แบบ Generative ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับค่านิยมในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างต่อไป

นอกจากนี้ แม้ว่า ChatGPT จะมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องและข้อจํากัดอยู่หลายประการที่องค์กรต้องเข้าใจ เช่น ปัญหาด้านความถูกต้องแม่นยํา, ความเอนเอียงหรืออคติที่อาจแอบแฝงอยู่ในโมเดล, การละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา, การสร้างเนื้อหาอันตรายหรือเป็นเท็จ, การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น 

ดังนั้นในการนํา ChatGPT มาใช้ องค์กรจึงจําเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อประเมินและจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้ให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ ควบคู่ไปพร้อมกับการสร้างกลไกกํากับดูแลเพื่อให้เกิดการพัฒนาและนําไปใช้อย่างมีจริยธรรม ปลอดภัย และโปร่งใส ซึ่งจะทําให้ ChatGPT เติบโตไปในทิศทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมในภาพรวมต่อไป

Comments are closed.