ตัวอย่างกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ ChatGPT ในองค์กรชั้นนํา

ChatGPT กําลังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็น AI chatbot ที่มีปฏิสัมพันธ์และมีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุดในปัจจุบัน จนกลายเป็นเครื่องมือ One for All ที่องค์กรชั้นนําต่างๆ พยายามจะหาโอกาสนํามาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กร เรามาดูกันว่ามีตัวอย่างการนํา ChatGPT ไปใช้งานในองค์กรชั้นนําอย่างไรบ้าง

ตัวอย่างที่ 1: ธนาคารชั้นนําใช้ ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า

หลายธนาคารชั้นนํากําลังทดสอบการนํา ChatGPT มาประยุกต์ใช้ในงานด้านการให้บริการลูกค้า เนื่องจาก ChatGPT มีความสามารถในการสนทนาเชิงลึกกับลูกค้าและให้คําแนะนําทางการเงินด้วยภาษาธรรมชาติ โดยอาจนํามาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพของศูนย์บริการลูกค้าผ่านโทรศัพท์ ช่วยตอบคําถามให้ลูกค้า สร้างข้อมูล FAQ อัตโนมัติ หรือแม้แต่ในอนาคตอาจสามารถให้คําแนะนําทางธุรกรรมทางการเงินพื้นฐานได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ลดเวลาและความพยายามที่เจ้าหน้าที่ต้องให้คําแนะนําลูกค้าอยู่แล้ว

ตัวอย่างที่ 2: บริษัทเทคโนโลยีชั้นนําใช้ ChatGPT ในการพัฒนาซอฟต์แวร์และบริการ

หลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนํา เช่น Microsoft และ Google ต่างเห็นความสําคัญของการนํา ChatGPT มาผสมผสานกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท

Microsoft ประกาศพันธมิตรกับ OpenAI เจ้าของ ChatGPT โดยจะนํา AI ของ ChatGPT มาผนวกในเครื่องมือ Office และบริการต่างๆ ของ Microsoft ในขณะที่ Google ก็ระดมทุนกว่า 300 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาเครื่องมือ AI ของตนเองให้เทียบเท่ากับ ChatGPT

จะเห็นได้ว่า ChatGPT จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเทคโนโลยี AI ที่องค์กรต่างๆ พยายามจะนํามาประยุกต์ใช้

ตัวอย่างที่ 3: บริษัทหลายแห่งเริ่มใช้ ChatGPT สร้างเนื้อหาการตลาด

กระแส ChatGPT ทําให้บริษัทหลายแห่งเริ่มหันมาสนใจการประยุกต์ใช้ AI ในการสร้างเนื้อหาการตลาด เช่น โฆษณา บทความ ข้อความโซเชียลมีเดีย เป็นต้น เพราะ ChatGPT มีความสามารถในการเขียนเนื้อหาโฆษณาหรือบทความให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี ด้วยข้อความที่เจาะลึกและดึงดูดใจ ราคาในการสร้างเนื้อหาของ ChatGPT ก็ถูกกว่าการจ้างคนเขียนมาก ทําให้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แต่ทั้งนี้ต้องคํานึงถึงการทําความเข้าใจกับข้อจํากัดของ AI และมีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้จริงด้วย

ข้อควรระวัง: ต้องมองทั้งข้อดีและความเสี่ยงของ ChatGPT

แม้ ChatGPT จะมีประโยชน์อย่างมหาศาล แต่องค์กรควรพิจารณาทั้งข้อดีและความเสี่ยงในการนํามาใช้งาน ซึ่งครอบคลุมด้านต่อไปนี้

  1. ข้อจํากัดด้านความถูกต้องแม่นยํา
  2. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล
  3. การนําไปใช้ในทางที่ผิดจริยธรรมหรือผิดกฎหมาย
  4. ผลกระทบต่อแรงงานมนุษย์ในระยะยาว

เพราะฉะนั้นจึงควรสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจํากัดของ ChatGPT ให้แก่บุคลากรทุกระดับในองค์กร รวมถึงมีการกําหนดนโยบายและกรอบการนําไปใช้ที่ชัดเจนและโปร่งใส ตลอดจนต้องพัฒนาระบบการจัดการและกํากับดูแลความเสี่ยงของ AI ให้รัดกุมและครอบคลุมทุกกระบวนการทํางานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น จึงจะช่วยทําให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จาก ChatGPT ได้อย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และเกิดประโยชน์สูงสุดในที่สุด

บทสรุป: ChatGPT จะกลายเป็นเครื่องมือ AI มาตรฐานที่องค์กรชั้นนําต่างต้องการ

แม้ว่า ChatGPT ยังมีข้อจํากัดบางประการ แต่หลายฝ่ายคาดหวังว่า AI จะถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วในอนาคต ส่งผลให้ ChatGPT ก้าวข้ามข้อจํากัดและกลายเป็น AI chatbot มาตรฐานที่องค์กรชั้นนําจําเป็นต้องใช้

ดังนั้นองค์กรควรเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างภายใน ทักษะบุคลากร รวมถึงนโยบายการบริหาร AI ต่างๆ ให้รัดกุมตั้งแต่ปัจจุบัน เพื่อรองรับการถาวรวัตถุประสงค์การใช้งาน ChatGPT อย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้

Comments are closed.