ตัวอย่างกรณีศึกษาธุรกิจประสบความสําเร็จด้วย ChatGPT

ChatGPT กําลังเป็น AI ที่สร้างกระแสความนิยมอย่างมากในหมู่องค์กรและธุรกิจชั้นนําทั่วโลก เนื่องจากเป็น AI chatbot ที่สามารถสนทนาโต้ตอบได้อย่างเหมือนมนุษย์ พร้อมทั้งมีความสามารถในการสร้างเนื้อหาคุณภาพหลากหลายประเภท จนเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและสร้างนวัตกรรมให้ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาดูกันว่าธุรกิจต่างๆ ที่นํา ChatGPT มาประยุกต์ใช้ประสบความสําเร็จได้อย่างไรบ้าง

  • Buffer ใช้ ChatGPT สร้างคอนเทนต์แบบอัตโนมัติสําหรับ Social Media

Buffer เป็นเครื่องมือจัดการสื่อสังคมออนไลน์ ล่าสุดพวกเขาตัดสินใจนํา ChatGPT มาช่วยสร้างคอนเทนต์และโพสต์ต่างๆ ในโซเชียลมีเดียแบบอัตโนมัติให้กับลูกค้าของตน

โดย Buffer ป้อนข้อมูลลูกค้า บริบท และเนื้อหาที่ต้องการสื่อสาร เข้าไปใน ChatGPT ซึ่งจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวและสร้างข้อความหรือร่างคอนเทนต์โพสต์สําเร็จรูปต่างๆ ออกมาเลย ทําให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการสร้างคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลลัพธ์ทางธุรกิจที่น่าพอใจสําหรับ Buffer

  • สํานักข่าวหลายแห่ง ใช้ ChatGPT สร้างบทความข่าวเบื้องต้น

หลายๆ สื่อข่าวชั้นนํา เช่น บลูมเบิร์ก ทดลองนํา ChatGPT มาสร้างร่างโครงเรื่องข่าวเบื้องต้น หรืออาจใช้วิเคราะห์ตีความหรือสรุปประเด็นจากข่าวต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนากระบวนการทําข่าวของสื่อให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทําให้สามารถสร้างข่าวคุณภาพได้เร็วขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ําลง

  • Tracxpoint ใช้ ChatGPT ช่วยเขียนเนื้อหาการตลาดและขาย

บริษัทเทคโนโลยีซึ่งเป็นผู้ให้บริการ AI Chatbot ด้านการขายและการตลาด ทดลองนํา ChatGPT มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทํางานด้านการสร้างเนื้อหา การตอบติงลูกค้า และการตอบคําถามขายผ่านแชทบอท เพื่อถ่ายทอดคุณลักษณะผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องแม่นยําและเพิ่มโอกาสการขาย โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระงานซ้ําซากให้กับทีมขายและทําให้ตอบสนองต่อลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  

ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการใช้ ChatGPT 

แม้ ChatGPT จะเป็น AI ที่น่าจับตามอง แต่องค์กรก็ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและข้อควรระวังต่างๆ ประกอบด้วย

  1. ความเสี่ยงด้านความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ ChatGPT ให้มา
  2. ความเสี่ยงด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ การลอกเลียนผลงาน
  3. ความเสี่ยงจากการสร้างผลงานที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรม หรือเป็นอันตรายต่อสังคมได้
  4. ความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูล และการละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้งาน

ดังนั้น ธุรกิจจําเป็นต้องศึกษาและจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงมีการกํากับดูแลและตรวจสอบที่เข้มงวด จึงจะสามารถประยุกต์ใช้ ChatGPT เพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

สรุปได้ว่า ChatGPT มีทั้งศักยภาพและความเสี่ยง 

ChatGPT กําลังเปลี่ยนโฉมลักษณ์ของการทําธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการลดข้อจํากัดทางเวลาและต้นทุนของคน ตลอดจนปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างไม่รู้จบ

อย่างไรก็ดี ธุรกิจทุกขนาดที่สนใจจะนํา ChatGPT มาใช้ จําเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจถึงข้อจํากัดและจุดอ่อนบางประการในปัจจุบัน อาทิ ปัญหาด้านความถูกต้อง ความลําเอียง การละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจนําไปสู่ผลเสียหายด้านชื่อเสียง ต้นทุนทางกฎหมาย หรือแม้กระทั่งการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจได้

ดังนั้น ควบคู่กับการนํา ChatGPT มาใช้ในด้านต่างๆ ควรมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจถ่องแท้เกี่ยวกับ AI คอยดูแลและบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงสร้างกลไกการกํากับดูแลและตรวจสอบการทํางานของ AI เพื่อป้องกันการนําไปใช้ในทางที่ผิดหรืออาจทําให้เกิดอันตรายแก่องค์กรโดยรวมได้ตลอดเวลาด้วย   

Comments are closed.