5 วิธีที่ ChatGPT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานในองค์กร

ChatGPT เป็นเทคโนโลยี AI สนทนาแบบที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบพฤติกรรมและการสนทนาของมนุษย์ จนมีความสามารถในการสร้างเนื้อหา ตอบคําถาม สรุปประเด็นสําคัญ และดําเนินการสนทนาได้อย่างมีเหตุผล เหมือนกับที่มนุษย์ทําการสื่อสารกัน ChatGPT จึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานของหลายองค์กร ด้วย 5 วิธีดังนี้

1. ช่วยตอบคําถามและให้ข้อมูลแก่ลูกค้าแบบทันทีทันใดตลอด 24 ชั่วโมง

ChatGPT สามารถตอบคําถามและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรแก่ลูกค้าได้ตลอดเวลา ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานของพนักงาน อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลจากฐานข้อมูลภายในองค์กรเพื่อให้ข้อมูลที่มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันแก่ลูกค้าได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าขององค์กรโดยรวม

2. ช่วยสร้างร่างเอกสาร เช่น สัญญา จดหมาย หรือรายงานต่างๆ 

ChatGPT มีความสามารถในการสร้างร่างเอกสารหรือข้อความต่างๆ ตามที่ได้รับการสั่งการ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเขียนเอกสารซ้ําๆ ของพนักงานได้เป็นอย่างมาก เช่น ช่วยสร้างร่างสัญญาจ้างงาน ตามเงื่อนไขที่กําหนด หรือช่วยเขียนจดหมายแจ้งเตือนหรือขอความร่วมมือ โดยพนักงานเพียงแต่กําหนดแนวคิดหลักให้ ChatGPT จะสามารถพัฒนาเป็นเอกสารที่ต้องการได้

3. สรุปประเด็นสําคัญจากการประชุมหรือการสนทนา

ChatGPT สามารถรับฟังการประชุมหรือการสนทนาแล้วประมวลผลสรุปประเด็นสําคัญ วางแผนจุดเน้นที่สําคัญ และเรียบเรียงเป็นรายงานการประชุมหรือบันทึกการสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการทํารายงานการประชุมให้กับผู้เข้าร่วม และทําให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและผลการประชุมได้อย่างรวดเร็ว

4. แปลภาษาเอกสารได้หลากหลายภาษา

ด้วยข้อจํากัดด้านทรัพยากรบุคคลในปัจจุบัน ChatGPT จึงเป็นเครื่องมือสําคัญที่จะมาช่วยแปลเอกสาร เว็บไซต์ สื่อ ข้อความ จากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถขยายธุรกิจไปสู่ตลาดในต่างประเทศได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

5. ลดภาระงานที่ต้องใช้ทักษะฝีมือ เพิ่มเวลาในการทํางานที่มีมูลค่า

ChatGPT สามารถรับภาระงานประจําที่ต้องใช้เวลานานและไม่จําเป็นต้องใช้ทักษะฝีมือสูง เช่น งานพิมพ์หรือบันทึกข้อมูล ซึ่งจะช่วยปลดปล่อยเวลาให้พนักงาน สามารถมุ่งเน้นไปทําภารกิจที่สร้างมูลค่าให้กับองค์กรมากกว่า เช่น งานวิเคราะห์ คิดค้นนวัตกรรมการให้บริการ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นในระยะยาว

จาก 5 วิธีข้างต้น ChatGPT จึงเปรียบเสมือนพนักงานที่ช่วยลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานให้องค์กรโดยปราศจากข้อจํากัดด้านร่างกายและสมองของมนุษย์ ด้วยความสามารถในการทํางานที่รวดเร็วกว่าและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้กับองค์กรได้อย่างมาก 

อย่างไรก็ตาม แม้ ChatGPT จะมีประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ก็ยังมีจุดอ่อนบางประการที่ต้องระวัง เช่น

  • ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จได้ เนื่องจากขาดการกลั่นกรองหรือประเมินค่าข้อมูล
  • ไม่มีทักษะในการคิดวิเคราะห์หรือมองภาพรวม 
  • อาจก่อให้เกิดความเสียหายหากถูกใช้ในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวงหรือละเมิดลิขสิทธิ์
  • อาจละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ดังนั้น องค์กรควรกําหนดนโยบายและมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล ตลอดจนฝึกอบรมให้พนักงานเข้าใจขอบเขตการใช้งาน ChatGPT อย่างเหมาะสมและปลอดภัย รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนําไปใช้จริง จะช่วยให้ใช้ ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว ChatGPT อยู่บนเส้นทางที่จะกลายมาเป็นเครื่องมือมหัศจรรย์สําหรับเพิ่มผลิตภาพการทํางานในองค์กร โดยช่วยประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในหลายภารกิจที่ซ้ําซากและไม่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลบวกต่อผลงานและขีดความสามารถขององค์กรในระยะยาว อย่างไรก็ดี องค์กรควรตระหนักถึงข้อจํากัดและกําหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อให้ ChatGPT เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืนควบคู่ไปกับองค์กร

Comments are closed.