คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 องค์กรขนาดใหญ่ 35% จะมีหัวหน้าฝ่าย AI ที่รายงานตรงต่อ CEO

กระแสความนิยมอย่างล้นหลามของ ChatGPT รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน กําลังผลักดันให้องค์กรธุรกิจต่างๆ เร่งพัฒนาขีดความสามารถและปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อื่นๆ อย่างเต็มรูปแบบ

ล่าสุด บริษัทวิเคราะห์การลงทุนชั้นนําอย่าง Gartner ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 หรืออีกเพียง 2 ปีข้างหน้าเท่านั้น องค์กรขนาดใหญ่ราว 35% ทั่วโลก จะแต่งตั้ง Chief AI Officer (CAIO) ขึ้นมาเป็นตําแหน่งใหม่โดยเฉพาะ 

โดย CAIO จะทําหน้าที่เป็นผู้นําระดับบริหารสูงสุดด้านกลยุทธ์การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ อัตโนมัติ และนวัตกรรมต่างๆ ภายในองค์กร 

โดย CAIO จะขึ้นตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ CEO สะท้อนให้เห็นว่า AI จะมีบทบาทสําคัญและได้รับการวางตําแหน่งเทียบเท่าทีมผู้บริหารระดับสูงในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กร

แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลจากการที่ AI กําลังมีบทบาทและมีศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงโลก องค์กรต่างๆ ต่างเร่งพัฒนาเพื่อรับมือและทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจผ่าน AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ 

ด้วยการมี CAIO จะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา AI และต่อยอดการใช้งาน ChatGPT และเทคโนโลยีอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ทั้งในเชิงนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน และการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงมีบทบาทสําคัญในการติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล และผลกระทบต่อสังคมจาก AI อย่าง ChatGPT ด้วย

คาดการณ์ว่า บทบาทของ CAIO จะเติบโตและมีความสําคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวของ AI จนมีหน้าที่และความรับผิดชอบครอบคลุมการกําหนดวิสัยทัศน์ AI ขององค์กร การวางแผนกลยุทธ์ AI ให้สอดคล้องธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี, นโยบายการบริหารจัดการข้อมูล AI, กรอบการทํางานด้านจริยธรรม AI และแม้กระทั่งการฝึกอบรมทรัพยากรบุคคลให้มีทักษะ AI ที่จําเป็นในการปฏิบัติงาน

โดยทั้งหมดนี้มุ่งเน้นให้ AI เติบโตอย่างมีจริยธรรม ยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุดโดยรวม ทั้งต่อองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ ผ่านการขับเคลื่อนของ CAIO จากองค์กรต่างๆ ทั่วโลกที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว

Comments are closed.